Participants and resource persons of the seminar during the opening ceremony
ศพอ. ได้จัดการสัมมนา เรื่อง การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ (Independent Living - IL) ระยะเวลา 1 วัน ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2547 โดยความร่วมมือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Ministry of Social Development and Human Security) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (the Japan International Cooperation Agency - JICA) โรงเยนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา (RVSD) การสัมมนาครั้งนี้ เป็นการแนะนำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทราบถึงแนวคิดของการดำรงชีวิตอิสระ (IL concept) สำหรับผู้เกี่ยวข้อง ที่ต้องการได้รับความรู้เกี่ยวกับโครงการนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นายอภัย จันทนะจุลกะ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน โดยได้แสดงความสนใจอย่างมากต่อโครงการการดำรงชีวิตอิสระของประเทศไทย ในการสัมมนาครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 300 คน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักศึกษา และสื่อมวลชน หลังจากการสัมมนาในวันนี้ ก็จะเป็นการฝึกอบรม ระยะเวลา 4 วัน ที่ RVSD พัทยา จ.ชลบุรี
การประชุมในภาคเช้าเป็นการแนะนำให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบถึงการดำรงชีวิตอิสระ (IL) และการดำเนินงานของ 3 จังหวัดโครงการนำร่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือ สมาคมคนพิการ จ.ชลบุรี (Chonburi Association of PWDs) สมาคมคนพิการ จ.นนทบุรี (Nonthaburi Society of PWDs) และสมาคมคนพิการ จ.นครปฐม (Nakorn pratom Club for the Disabled) และในภาคบ่าย เป็นการเปิดเวทีอภิปรายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมอภิปรายกลุ่มใน 3 หัวข้อ ดังนี้
คงจะไม่ง่ายนักที่จะบอกถึงที่มาของการเคลื่อนไหวทางด้านการดำรงชีวิตอิสระ (IL movement) กล่าวคือ มีต้นกำเนิดมาจาก 2 แหล่งใหญ่ๆ คือ ประการแรก มาจากความพยายามของคนพิการที่ต้องการจะมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นในโลกของคนปรกติ และสามารถเข้าถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการที่มีความพิการในระดับรุนแรง การดำรงชีวิตอิสระ (IL) มุ่งเน้นไปที่ประเด็นต่างๆ ดังนี้
- คนพิการไม่ใช่บุคคลที่อาศัยอยู่ในสถาบัน (institutions) แต่เป็นบุคคลที่อาศัยอยู่ในชุมชนของพวกเขา
- คนพิการไม่ใช่ผู้ป่วย หรือเด็กที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ และการปกป้องจากพ่อแม่ผู้ปกครอง
- คนพิการสามารถควบคุมชีวิตของพวกเขาเองได้ และยังสามารถแสดงถึงความต้องการและบริหารความต้องการเหล่านั้นได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง
- คนพิการไม่ได้ทนทุกข์ทรมานจากสภาพความพิการ แต่พวกเขารู้สึกเจ็บปวดจากอคติของสังคม (social prejudices) มากกว่า
- คนพิการไม่ควรจะอายใจ หรือ ลำบากใจที่จะขอความช่วยเหลือในสิ่งที่ต้องการ หรือในยามจำเป็น
- ปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับคนพิการในการดำรงชีวิตอย่างอิสระ ก็คือ พวกเขาต้องสามารถตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับความต้องการของพวกเขาได้เอง
ศพอ. ได้สัมภาษณ์วิทยากร จำนวน 2 ท่าน คือ Mr. Shoji Nakanishi และ Ms. Kyoko Kawamoto โดยมีรายละเอียดของคำสัมภาษณ์ดังนี้
Q1คำถามที่ 1 คุณคิดอย่างไรกับหัวข้อของการสัมมนาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอิสระในปีนี้?
Mr. Nakanishi ปีนี้นับเป็นปีสุดท้ายของโครงการฝึกอบรม ระยะ 3 ปี ผมรู้สึกยินดีมากที่เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้เมื่อ 2 ปีก่อน และขณะนี้ ก็กำลังเริ่มเข้าสู่การฝึกอบรมเพื่อจัดตั้งศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (independent living center) ซึ่งเป็นผลจากโครงการฝึกอบรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้เน้นย้ำเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาฉันเพื่อน (peer counseling) ก่อนหน้านี้ ผมเคยคิดว่าคงจะเร็วเกินไปที่จะจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการบริหารงานศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (IL center management training) แต่จากผลที่ผมได้เห็น คิดว่าคงไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ที่เราจะบรรลุให้ถึงเป้าหมายนั้น และสิ่งนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งว่า เหตุใดผมจึงตัดสินใจใช้หัวข้อนี้ในการฝึกอบรมในปีนี้ ซึ่งในช่วงเริ่มต้น ดูเหมือนจะยากเกินไปสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม แต่ภายหลังจากที่ผู้เข้าอบรม ได้ให้ตัวอย่างที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงมากขึ้น (practical examples) พวกเขาก็สามารถทำความเข้าใจได้ดีขึ้น
Ms. Kawamoto เนื้อหาของโครงการฝึกอบรม ครั้งที่ 3 ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ดังนี้
ดิฉันคิดว่าได้มีการพัฒนาเนื้อหาเหล่านี้อย่างรอบคอบ และครอบคลุมทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการบริหารงานของศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ
Q2คำถามที่ 2 คุณคาดหวังว่า โครงการฝึกอบรมครั้งนี้จะให้ผลอะไรบ้าง?
Mr. Nakanishi: โครงการดำรงชีวิตอิสระ (IL projects) ได้มีการดำเนินงานมาเป็นเวลา 2 ปีใน 3 จังหวัด และในช่วงท้ายของการฝึกอบรม ผู้เข้าร่วมอบรมได้ส่งโครงการที่มีแผนจะจัดในปีหน้า ซึ่งเนื้อหาก็เกือบเหมือนเดิมทุกอย่าง ภาครัฐของแต่ละจังหวัดตัดสินใจให้การสนับสนุนโครงการเหล่านี้ โดยจัดสรรงบประมาณถึง 50% ของจำนวนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างมากในการที่โครงการดำรงชีวิตอิสระ (IL program) ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ และในอนาคต ก็จำเป็นจะต้องมีการจัดตั้งระบบผู้ช่วยเหลือส่วนตัว (personal assistants) ซึ่งปัจจุบันนี้ มีหลายประเทศในทวีปเอเชีย กำลังแข่งขันกันจัดตั้งศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (IL center) และด้วยเหตุนี้ ผมจึงหวังว่า ในโครงการฝึกอบรมตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป จะมีวิทยากรที่มาจากทวีปเอเชียเพิ่มขึ้น
Ms. Kawamoto: ดิฉันคิดว่าผู้เข้าอบรมจะสามารถจัดตั้งศูนย์ดำรงชีวิตอิสระสำหรับคนพิการ (IL center for PWDs) ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการจัดตั้งศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (IL centers) เพิ่มขึ้นจาก 3 โครงการนำร่องนี้ และจะมีคนพิการจำนวนมากขึ้น ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการดำรงชีวิตอิสระ (IL) และหลังจากนั้น พวกเขาก็จะสามารถสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์นี้ในประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน