ข้ามเมนู

บทสรุป

ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกเป็นสัญลักษณ์และความก้าวหน้าของการดำเนินงานทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2536-2545 เพื่อส่งเสริมการสร้างศักยภาพและการสร้างสังคมที่ปราศจากอุปรรคสำหรับคนพิการ ทั้งนี้มีการนำขอบเขตนโยบายหลักทั้ง 12 ประการของทศวรรษนี้มาพิจารณาครอบคลุมทั้งหมดอีกครั้งระหว่างการประชุมเรื่องกรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษจากทะเลสาบบิวา ณ เมืองออทสุ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 25 - 28 ตุลาคม 2545 ทำให้ได้ข้อสรุปประกาศออกมาคือ กลุ่มเป้าหมายและยุทธศาสตร์ 7 ประการ สำหรับการปฏิบัติการแห่งทศวรรษใหม่

ทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2536-2545

ในเดือนเมษายน ปี 1992 รัฐบาลของประเทศในกลุ่ม ESCAP ประกาศให้ปี พ.ศ. 2536-2545 เป็น "ทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก" กับคำขวัญ "การมีส่วนอย่างเต็มที่และมีความเสมอภาคของคนพิการ" โดยมีขอบเขตนโยบายการปฏิบัติงานหลัก 12 ประการ ดังต่อไปนี้

  1. การประสานงานระดับชาติ
  2. การออกกฎหมาย
  3. ข้อมูลข่าวสาร
  4. การสร้างสำนึกร่วม
  5. สิ่งอำนวยความสะดวกและการสื่อสาร
  6. การศึกษา
  7. การฝึกอบรมและการจ้างงาน
  8. การป้องกันเหตุที่ทำให้เกิดความพิการ
  9. การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
  10. อุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการ
  11. องค์กรช่วยเหลือตนเอง
  12. ความร่วมมือระดับภูมิภาค

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา กลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคมีบทบาทสำคัญในการประสานงานการปฏิบัติงานระดับภูมิภาคเพื่อการพัฒนาและตรวจสอบการดำเนินงานของแผนปฏิบัติงานและกลุ่มเป้าหมายของทศวรรษ ในปี 2545 มีการเผยแพร่และสร้างความเข้มแข็งให้กับคณะอนุกรรมด้านคนพิการการของคณะกรรมการองค์กรระหว่างประเทศแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Regional Inter-agency Committee for Asia and the Pacifics-RICAP Subcommittee) โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานสหประชาชาติ 11 หน่วยงาน รวมทั้งตัวแทนจากภาครัฐ และองค์กรเอกชนที่พึ่งพาตนเองเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการ ต่อมามีการจัดตั้งกลุ่มคณะทำงานด้านคนพิการ ขึ้นใน พ.ศ. 2543 เพื่อทำหน้าที่แทนคณะอนุกรรมการของ RICAP และดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้เป้าหมายแห่งทศวรรษเป็นจริง

ESCAP มีบทบาทสำคัญคอยช่วยเหลือการดำเนินการแห่งทศวรรษ โดย ESCAP ให้ความสนใจที่ขอบเขตนโยบายหลักที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานระดับชาติ การออกกฎหมาย ข้อมูลข่าวสาร สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการ และองค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการ ซึ่งกิจกรรมของ ESCAP ในขอบเขตนโยบายหลัก12 ประการภายใต้แผนการปฏิบัติงานแห่งทศวรรษมีดังนี้

1.    การประสานงานระดับชาติ: ESCAP ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลของหลายประเทศในภูมิภาคระหว่างการสัมมนาและการประชุมระหว่างประเทศเรื่องความร่วมมือแบบพหุภาคีด้านคนพิการ คณะกรรมการประสานงานด้านคนพิการแห่งชาติระบุว่าความช่วยเหลือด้านเทคนิคเป็นเรื่องจำเป็น และได้มีการสำรวจแบบสอบถามในปี 2540 เพื่อประเมินความก้าวหน้าการจัดตั้งและความเข้มแข็งของคณะกรรมการประสานงานด้านคนพิการแห่งชาติในภูมิภาค

2.    การออกกฎหมาย: ในปี 2538 ESCAP จัดพิมพ์หนังสือคู่มือ 2 เล่มเรื่องการออกกฎหมายเกี่ยวกับโอกาสอันเท่าเทียมและการมีส่วนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาด้านคนพิการ : บทวิจารณ์ระดับภูมิภาค และเรื่องการออกกฎหมายเกี่ยวกับโอกาสอันเท่าเทียมและการมีส่วนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาด้านคนพิการ : ตัวอย่างประเทศในภูมิภาค ESCAP เพื่อให้รัฐบาลในภูมิภาคใช้เป็นแม่แบบในการออกกฎหมาย

3.    ความสร้างสำนึกร่วม: ESCAP ร่วมมือกับรัฐบาลเจ้าภาพและองค์กรเอกชนท้องถิ่น ให้การสนับสนุนการรณรงค์ระดับภูมิภาคที่จัดโดยเครือข่ายองค์กรเอกชนระดับภูมิภาคในการส่งเสริมทศวรรษคนพิการ การรณรงค์ปี 2544 ถูกนำมาพิจารณาและมีการรับแถลงการณ์ฮานอยเพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลในภูมิภาคขยายทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2536-2545 ออกไปอีกทศวรรษ ซึ่งการประชุมรณรงค์ระดับภูมิภาคครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนตุลาคม 2545

4.    ข้อมูลข่าวสาร: ข้อมูล: สถิติคนพิการนับว่าเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญมาก มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคย่อย 2 ครั้ง เรื่องข้อมูลสถิติเรื่องคนพิการ ในเมืองนิวเดลลี ประเทศ อินเดีย และเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อีกทั้ง ESCAP ได้พัฒนาโฮมเพจของทศวรรษ ในปี 2540 ได้แก่ http://www.unescap.org/decade ซึ่งรวบรวมลิงค์ไปยังข้อมูลการประชุมเชิงปฏิบัติการอีกหลายการประชุม ข้อมูลข่าวสาร แหล่งทรัพยากร องค์กรต่าง ๆ และรายงาน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานของกลุ่มคณะทำงานด้านคนพิการ) รวมทั้งสิ่งตีพิมพ์และกิจกรรมของ ESCAP

5.    สิ่งอำนวยความสะดวกและการสื่อสาร: ESCAP จัดโครงการ one of two flagship program เพื่อแสดงให้เห็นความสำคัญของสิ่งอำนวยความสะดวกและการสื่อสารทำให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรช่วยเหลือตัวเอง โดยระยะแรกให้ความสนใจเรื่องการพัฒนาแนวทางระดับภูมิภาคในการส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ในปี 2538 แนวทางเหล่านี้คลอบคลุมเรื่องการวางแผนและออกแบบสิ่งก่อสร้าง การสร้างนโยบายการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก การออกกฎหมายและการส่งเสริมสำนึกร่วมของสังคมเพื่อทำให้การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกดีขึ้น ในระยะที่ 2 ให้ความสนใจเรื่องกิจกรรมและการดำเนินงานของแนวทางในระดับการปกครองตนเองในส่วนท้องถิ่น โดยใช้โครงการนำร่องในกรุงเทพมหานคร ปักกิ่ง และนิวเดลลี เพื่อชักนำรัฐบาลเข้าสู่การตรวจสอบนโยบายเรื่อง การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ และการกระตุ้นให้มีการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ESCAP ได้ริเริ่มเรื่องการส่งเสริมการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทำให้เกิดการรวมตัวของเครือข่ายระดับภูมิภาคของคนพิการ สถาปนิก นักวางผังเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล รวมทั้งการส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการในประเทศ.

6.    การศึกษา: ESCAP สนับสนุนการรวมเด็กและเยาวชนพิการเข้าไว้ในการรณรงค์เรื่องการศึกษาเพื่อทุกคน ที่มีองค์กรการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เป็นผู้นำ โดยมีกิจกรรมพิเศษคลอบคลุมการสัมมนาการศึกษาแบบบูรณาการ การอภิปรายเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชนพิการ การสำรวจระดับภูมิภาคเรื่องการฟื้นฟูความพิการตั้งแต่เริ่มแรกและการศึกษาเพื่อทุกคน

7.    การอบรมและการจ้างงาน: ESCAP ร่วมมือกับองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อสร้างความเข้มแข็งเรื่องการบริการจัดหางาน ซึ่งทั้ง ESCAP และ ILO ให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมและกิจกรรมการจ้างงานในภูมิภาคของ RICAP อีกทั้ง ESCAP ยังป้อนข้อมูลให้กับการวิจัยประยุกต์เรื่องคนพิการและเครือข่ายข้อมูลข่าวสารเรื่องโอกาสการจ้างงานของคนพิการผ่านเทคโนโลยีอันหลากหลาย

8+9.    การป้องกันเหตุที่ทำให้เกิดความพิการและการให้บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพ: ESCAP ให้ความสนใจเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนด้วยการพัฒนากิจกรรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดหาที่ปรึกษา และความช่วยเหลือด้านเทคนิคในเรื่องนี้

10.    อุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือคนพิการ: กิจกรรมต่าง ๆ ของ ESCAP ในเรื่องนี้เห็นได้จากการตีพิมพ์เรื่องการผลิตและแจกจ่ายยอุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือของคนพิการหลายเล่มด้วยกัน

11.    องค์กรการช่วยเหลือตัวเอง: อีกหนึ่ง โครงการของ flagship program ESCAP คือการการสร้างศักยภาพของคนพิการผ่านองค์กรช่วยเหลือตัวเอง โดยในปี 2543 ESCAP ร่วมมือองค์กรช่วยเหลือตัวเองในภูมิภาคเพื่อพัฒนาแนวทางการก่อตั้งและการสร้างความแข้มแข็งให้กับองค์กรช่วยเหลือตัวเอง โดยมีการก่อตั้งองค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการขึ้นในปี 2544 และแปลเป็นภาษาต่าง ๆ 5 ภาษา รวมทั้งทำเป็นอักษรเบรลล์ภาษาอังกฤษ กิจกรรมนอกเหนือจากนี้คือการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคย่อยเรื่องการบริหารงานองค์กรช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งทำให้เกิดสิ่งตีพิมพ์เรื่องการบริหารงานขององค์กรการช่วยเหลือตัวเองของคนพิการรวมทั้งการให้การบริการด้านเทคนิคทั่วไปและการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเหลือดูแลองค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการ

12.    ประเด็นอื่น ๆ : ระหว่างทศวรรษ ฯ มีการระบุประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ซึ่งเรื่องสตรีพิการนับว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ESCAP ร่วมมือกับ UNIFEM และ RICAP พัฒนาโครงการส่งเสริมความก้าวหน้าของสตรีและเด็กหญิงพิการ โครงการนี้ทำให้เกิดสิ่งตีพิมพ์เรื่อง "พี่น้องผู้หญิงที่ถูกซ่อนไว้: ผู้หญิงและเด็กหญิงพิการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก" นอกจากนี้ ESCAP ยังจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการการอบรมระดับภูมิภาคเรื่องการรวมสตรีและเด็กหญิงพิการให้มีสิทธิทัดเทียมเรื่องเพศ โดยการร่วมมือกับการประชุมสุดยอดแห่งเอเชียแปซิฟิกของนายกเทศมนตรีและเทศมนตรีหญิงเพื่อนำไปสู่การก่อตั้งเครือข่ายของสตรีพิการ .

ความยากจนของคนพิการนับเป็นอีกเรื่องสำคัญที่น่าเป็นห่วง ESCAP จัดกิจกรรมเช่นการสัมมนาระดับภูมิภาค Field Study-cum-Regional Seminar เรื่องการบรรเทาความยากจนของคนพิการในชนบท ณ เมืองไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย เดือนธันวาคม ปี2542 ซึ่งนับว่าเป็นการสัมมนาครั้งแรกที่นำเสนอเรื่องความยากจนของคนพิการในชนบทของประเทศในภูมิภาคกลุ่ม ESCAP
เงินทุนเพื่อความร่วมมือทางเทคนิคสำหรับทศวรรษ ฯ ที่ได้มาจากรัฐบาล องค์กรแรงงาน และบริษัทเอกชนทำให้ ESCAP สามารถดำเนินกิจกรรมเพื่อสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศและการดำเนินการระดับชาติและระดับท้องถิ่นในขอบเขตนโยบายทั้ง 12 ประการของแผนปฏิบัติการแห่งทศวรรษ ฯ ได้ โดยเงินทุนนี้ใช้เพื่อช่วยเหลือบุคลากรในการดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมทศวรรษ

เพื่อเป็นการทบทวนความก้าวหน้าการดำเนินงานของแผนการปฏิบัติงานแห่งทศวรรษ ฯ ESCAP จึงจัดการประชุมระดับภูมิภาคขึ้นในหลายพื้นที่ระหว่างทศวรรษ ฯ การทบทวนครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2538 ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ครั้งที่ 2 ปี1997ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี และครั้งที่ 3 ปี 2542 ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และได้บทสรุปในการประชุมผู้บริหารระดับสูงระหว่างรัฐบาลเพื่อสรุปทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2536-2545 ณ เมืองออทสุ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนตุลาคม 2545

ทศวรรษใหม่ของคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก

กรอบการปฏิบัติงานของสหัสวรรษจากทะเลสาบบิวาสู่สังคมบูรณาการ ปราศจากอุปสรรค และเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (BMF)

ในเดือนพฤษภาคม 2545 ESCAP รับมติที่ 58/4 ในวาระการประชุมที่ 58 ว่าด้วยเรื่อง "การส่งเสริมสังคมบูรณาการ ปราศจากอุปสรรค และเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกในศวรรษที่ 21" ทำให้ ESCAP ประกาศขยายเวลาทศวรรษของคนพิการแห่งเอเชียและแปซิกฟิกจากเดิมปีพ.ศ. 2536-2545 ไปอีกทศวรรษหนึ่ง คือพ.ศ. 2546-2555

"บิวาโกะ" เป็นชื่อของทะเลสาบน้ำจืดในเมืองออทสุ ประเทศญี่ปุ่น ("ทะเลสาบบิวา'' "โกะ" หมายถึง ทะเลสาบ) "สหัสวรรษ" ระบุไว้ว่า กรอบการปฏิบัติงานที่รับมาใช้ตั้งแต่เริ่มสหัสวรรษใหม่และถูกกำหนดโครงสร้างไว้เพื่อส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษและกลุ่มเป้าหมายของสหประชาชาติ BMF ให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหา การปฏิบัติการ และยุทธศาสตร์ สู่การสร้างสังคมบูรณาการ ปราศจากอุปสรรค และเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเป็นอันดับแรก "สังคมบูราณาการ" หมายถึงสังคมเพื่อส่วนรวม "สังคมที่ปราศจากอุปสรรค" หมายถึงสังคมที่ไม่มีอุปสรรคทั้งทางด้านกายภาพและทัศนคติ รวมทั้งอุปสรรคทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม และ"สังคมที่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน" หมายถึงสังคมที่ยึดหลักสิทธิมนุษยชน ที่ซึ่งคนพิการมีคุณค่าและเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจและกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา

กรอบการปฏิบัติงานสหัสวรรษได้ระบุขอบเขตการปฏิบัติงานหลักและยุทธศาสตร์สำคัญไว้ 7 ประการ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายทั้งหมด ทศวรรษใหม่คือการเปลี่ยนจากการใช้หลักการกุศลเป็นหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อคุ้มครองสิทธิพลเมือง รวมทั้งสิทธิทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของคนพิการ และเพื่อทำให้เป้าหมายและยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นจริง การปรึกษาหารือกับความร่วมมือของกลุ่มทางสังคม องค์กรการช่วยเหลือตัวเอง และ องค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก

ขอบเขตสำคัญของกรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษจากทะเลสาบบิวามีดังนี้

1)    องค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการ ญาติพี่น้อง และสมาคมผู้ปกครอง
เป้าหมาย:

    1) กำหนดนโยบายกองทุนรัฐบาลและองค์กรเอกชน เพื่อสนับสนุนองค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการในทุกด้าน ภายในปี 2547

    2) รัฐบาลและองค์กรทางสังคมของรัฐบาลควรรวมคนพิการไว้ในขั้นตอนกระบวนการตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ

ยุทธศาสตร์

  • เพิ่มระดับการประชุมปรึกษาหารือกับองค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการ
  • จัดตั้งนโยบายรัฐบาลเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานด้านคนพิการ
  • เพิ่มจำนวนตัวแทนคนพิการให้มีส่วนร่วมในการทำงานมากขึ้น
  • พัฒนาการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนคนพิการ
  • เชื่องโยงประสานงานกับคนพิการในชนบท
  • หน่วยงานระหว่างประเทศและองค์กรเอกชน ควรให้ความสำคัญกับองค์กรช่วยเหลือตัวเองเป็นอันดับแรก

2)    สตรีพิการ

เป้าหมาย

    3) สร้างและจัดสรรมาตรการต่อต้านการแบ่งแยกเรื่องเพศภายในปี พ.ศ. 2548

    4) นโยบายขององค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการควรกระตุ้นการส่งเสริมสตรีพิการภายในปี พ.ศ. 2548

    5) สตรีพิการควรถูกรวมไว้ในสมาคมสตรี ภายในปี พ.ศ. 2548

กลยุทธ์:

  • ส่งเสริมความเท่าเทียมกันเรื่องการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และการเลิกการแบ่งแยกเรื่องเพศ
  • เพิ่มจิตสำนึกร่วมและข้อมูลข่าวสาร
  • ให้ตัวแทนสตรีพิการมีส่วรร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • สนับสนุนให้สตรีพิการได้รับการฝึกอบรม สร้างความเป็นผู้นำ และสร้างความเข้มแข็งและความสามารถพึ่งพาตนเองได้

3)    การค้นหาความพิการและการเข้าฟื้นฟูตั้งแต่แรกเริ่ม และการให้การศึกษา

เป้าหมาย:

    6) 75 % ของเด็กและเยาวชนพิการควรได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเต็มที่ภายในปี 2553.

    7) เด็กพิการควรถูกนำมารวมไว้ในเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ฯ ในเรื่องการให้การศึกษาขั้นพื้นฐานภายในปี 2558.

    8) Early intervention should be provided to all children by 2012.

    9) ให้แน่ใจว่าจะมีการจัดการค้นหาความพิการของเด็กตั้งแต่แรกเริ่มอย่างเร่งด่วน

กลยุทธ์:

  • ออกกฎหมายบังคับใช้การศึกษาเพื่อทุกคน
  • จัดตั้งนโยบาย แผนงาน และงบประมาณสำหรับเด็กพิการเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการศึกษาเพื่อทุกคน
  • การรวมรวมข้อมูลและตั้งกลุ่มเป้าหมายในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
  • จัดให้มีบริการการค้นหาความพิการตั้งแต่แรกเริ่ม.
  • สร้างโรงเรียนที่เด็กพิการสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ และ จัดหารถโรงเรียนให้บริการภายในปี 2555
  • พัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อเด็กทุกคน
  • สนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาค .

4)การอบรมและการจ้างงาน รวมถึงอาชีพอิสระ

เป้าหมาย:

    10) มีประเทศลงนามอนุมัติอนุสัญญาขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ข้อ 159 ปี 2526 ไม่น้อยกว่า 30 % ภายในปี 2012

    11) ให้คนพิการเข้าร่วมโครงการฝึกอาชีพไม่น้อยกว่า 30 % ภายในปี 2555

    12) จัดให้มีข้อมูลที่เชื่อถือได้เรื่องการจ้างงานคนพิการภายในปี 2553

กลยุทธ์:

  • ตรวจสอบ อนุมัติ และดำเนินการตามอนุสัญญาข้อที่ 159 ปี 2526 ขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ
  • สร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการรับคนพิการเข้าทำงาน
  • ส่งเสริมให้พนักงานได้รับการฝึกอบรมและสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้
  • สร้างหุ้นส่วนทางสังคมและจัดหาเงินทุน
  • สนับสนุนคนพิการในโครงการการทำธุรกิจและการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคนพิการ
  • รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล

5)    การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อม และการขนส่งมวลชนของคนพิการ

เป้าหมาย:

    13) รับและบังคับใช้มาตราฐานการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก

    14) ระบบการขนส่งมวลชนที่อำนวยความสะดวกกับคนพิการอย่างเต็มที่ควรแล้วเสร็จภายในปี 2555

    15) ส่งเสริมออกแบบแบบบูรณาการไว้ในกฎเกณฑ์การกู้ยืม / และการเงินด้านการออกแบบ

กลยุทธ์:

  • การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในสภาพล้อมของคนพิการ
  • ส่งเสริมหลักการการออกแบบแบบบูรณาการในการศึกษาระดับวิชาชีพ
  • ส่งเสริมเทคนิคล้ำยุคใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับทุกคน
  • ประเมินกลไกมาตรฐานการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ
  • รวบรวมความต้องการเรื่องการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ในโครงการการพัฒนาการเกษตรและพื้นที่ชนบท
  • สร้างการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก "Officer Post" ในหลายระดับ
  • กระตุ้นให้องค์กรช่วยเหลือตัวเองแสดงความต้องการเรื่องการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกออกมา

6)    การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีเครื่องช่วยคนพิการ

    16) จัดให้มีความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตภายในปีพ.ศ. 2548

    17) พัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระหว่างประเทศและความสามารถในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในปีพ.ศ. 2547

    18) พัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับชาติและความสามารถในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในปีพ.ศ. 2548

    19) พัฒนามาตราฐาน ภาษามือและ อักษรเบรลล์

    20) สร้างระบบที่เหมาะสมในโครงการจ้างงานล่ามภาษามือ และการคัดลอกอักษรเบรลล์

กลยุทธ์:

  • สนับสนุนกฎหมายรัฐบาล นโยบาย และโครงการต่าง ๆ เรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร
  • จัดตั้งหน่วยงานด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภาครัฐ และภาคเอกชน
  • พัฒนามาตราฐานที่เป็นสากลที่เปิดกว้างให้มีการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร
  • พัฒนาการถอดรหัสและการปรับรูปแบบตัวอักษร
  • สนับสนุนหน่วยงานผู้ให้ทุนให้รวมเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไว้ในกฎเกณฑ์การให้รางวัล
  • ? ก่อตั้งกลุ่มทำงานระดับภูมิภาคเพื่อพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

7)    โครงการการบรรเทาความยากจนด้วยการสร้างศักยภาพ ความมั่นคงทางสังคม และการมีคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน

เป้าหมาย:

    21) การลดจำนวนกลุ่มประชากรที่มีความพิการและมีรายได้น้อยกว่า 1 ดอลาร์สหรัฐต่อวัน (จากปีพ.ศ. 2533-2548) ลงครึ่งหนึ่ง

กลยุทธ์:

  • รวมกลุ่มคนพิการไว้ในโครงการการบรรเทาความยากจน
  • รวบรวมข้อมูลความยากจน และจัดหาทุนเพื่อบรรเทาความยากจน
  • รวมประเด็นเกี่ยวกับความพิการเข้าไว้ในแผนการบรรเทาความยากจน
  • สร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • พัฒนายุทธศาสตร์การป้องกันสาเหตุของความพิการและการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
  • จัดตั้งกลุ่มช่วยเหลือตัวเองของคนพิการ และ เครือข่ายผู้บริโภค

เมื่อพบคนพิการที่ใช้รถเข็น และต้องการให้ความช่วยเหลือ คุณควรจะ

  • ถามคนพิการที่ใช้รถเข็นว่าต้องการให้ช่วยหรือไม่
  • บอกคนพิการที่ใช้รถเข็นว่าคุณจะทำอะไร เช่น บอกเขาว่าคุณกำลังจะกระดกรถเป็นต้น
  • ให้แน่ใจว่าคาดเข็มขัดนิรภัยให้คนพิการเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่รถเข็นมีเข็มขัดนิรภัย
  • ล็อคล้อทุกครั้งที่จอดรถเข็น
  • ทิ้งระยะในการเข็นรถให้ห่างจากผู้อื่นเล็กน้อย
  • ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นหากไม่สามารถเข็นรถผ่านสิ่งกีดขวางได้
  • มองตรงไปข้างหน้าเพื่อคอยระวังทางต่างระดับและ อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้
  • ระวังท่อระบายน้ำและทางแยก
  • ควรเข็นรถบนทางเท้า หลีกเลี่ยงการเข็นรถบนท้องถนน
http://www.dpa.org.sg



สัญลักษณ์ขององค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น
สัญลักษณ์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


Valid XHTML 1.0 Strict! Valid CSS!
  © , APCD Project. All rights reserved.
ปรับปรุงล่าสุด :