ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกเป็นสัญลักษณ์และความก้าวหน้าของการดำเนินงานทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2536-2545 เพื่อส่งเสริมการสร้างศักยภาพและการสร้างสังคมที่ปราศจากอุปรรคสำหรับคนพิการ ทั้งนี้มีการนำขอบเขตนโยบายหลักทั้ง 12 ประการของทศวรรษนี้มาพิจารณาครอบคลุมทั้งหมดอีกครั้งระหว่างการประชุมเรื่องกรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษจากทะเลสาบบิวา ณ เมืองออทสุ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 25 - 28 ตุลาคม 2545 ทำให้ได้ข้อสรุปประกาศออกมาคือ กลุ่มเป้าหมายและยุทธศาสตร์ 7 ประการ สำหรับการปฏิบัติการแห่งทศวรรษใหม่
ในเดือนเมษายน ปี 1992 รัฐบาลของประเทศในกลุ่ม ESCAP ประกาศให้ปี พ.ศ. 2536-2545 เป็น "ทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก" กับคำขวัญ "การมีส่วนอย่างเต็มที่และมีความเสมอภาคของคนพิการ" โดยมีขอบเขตนโยบายการปฏิบัติงานหลัก 12 ประการ ดังต่อไปนี้
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา กลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคมีบทบาทสำคัญในการประสานงานการปฏิบัติงานระดับภูมิภาคเพื่อการพัฒนาและตรวจสอบการดำเนินงานของแผนปฏิบัติงานและกลุ่มเป้าหมายของทศวรรษ ในปี 2545 มีการเผยแพร่และสร้างความเข้มแข็งให้กับคณะอนุกรรมด้านคนพิการการของคณะกรรมการองค์กรระหว่างประเทศแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Regional Inter-agency Committee for Asia and the Pacifics-RICAP Subcommittee) โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานสหประชาชาติ 11 หน่วยงาน รวมทั้งตัวแทนจากภาครัฐ และองค์กรเอกชนที่พึ่งพาตนเองเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการ ต่อมามีการจัดตั้งกลุ่มคณะทำงานด้านคนพิการ ขึ้นใน พ.ศ. 2543 เพื่อทำหน้าที่แทนคณะอนุกรรมการของ RICAP และดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้เป้าหมายแห่งทศวรรษเป็นจริง
ESCAP มีบทบาทสำคัญคอยช่วยเหลือการดำเนินการแห่งทศวรรษ โดย ESCAP ให้ความสนใจที่ขอบเขตนโยบายหลักที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานระดับชาติ การออกกฎหมาย ข้อมูลข่าวสาร สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการ และองค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการ ซึ่งกิจกรรมของ ESCAP ในขอบเขตนโยบายหลัก12 ประการภายใต้แผนการปฏิบัติงานแห่งทศวรรษมีดังนี้
1. การประสานงานระดับชาติ: ESCAP ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลของหลายประเทศในภูมิภาคระหว่างการสัมมนาและการประชุมระหว่างประเทศเรื่องความร่วมมือแบบพหุภาคีด้านคนพิการ คณะกรรมการประสานงานด้านคนพิการแห่งชาติระบุว่าความช่วยเหลือด้านเทคนิคเป็นเรื่องจำเป็น และได้มีการสำรวจแบบสอบถามในปี 2540 เพื่อประเมินความก้าวหน้าการจัดตั้งและความเข้มแข็งของคณะกรรมการประสานงานด้านคนพิการแห่งชาติในภูมิภาค
2. การออกกฎหมาย: ในปี 2538 ESCAP จัดพิมพ์หนังสือคู่มือ 2 เล่มเรื่องการออกกฎหมายเกี่ยวกับโอกาสอันเท่าเทียมและการมีส่วนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาด้านคนพิการ : บทวิจารณ์ระดับภูมิภาค และเรื่องการออกกฎหมายเกี่ยวกับโอกาสอันเท่าเทียมและการมีส่วนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาด้านคนพิการ : ตัวอย่างประเทศในภูมิภาค ESCAP เพื่อให้รัฐบาลในภูมิภาคใช้เป็นแม่แบบในการออกกฎหมาย
3. ความสร้างสำนึกร่วม: ESCAP ร่วมมือกับรัฐบาลเจ้าภาพและองค์กรเอกชนท้องถิ่น ให้การสนับสนุนการรณรงค์ระดับภูมิภาคที่จัดโดยเครือข่ายองค์กรเอกชนระดับภูมิภาคในการส่งเสริมทศวรรษคนพิการ การรณรงค์ปี 2544 ถูกนำมาพิจารณาและมีการรับแถลงการณ์ฮานอยเพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลในภูมิภาคขยายทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2536-2545 ออกไปอีกทศวรรษ ซึ่งการประชุมรณรงค์ระดับภูมิภาคครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนตุลาคม 2545
4. ข้อมูลข่าวสาร: ข้อมูล: สถิติคนพิการนับว่าเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญมาก มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคย่อย 2 ครั้ง เรื่องข้อมูลสถิติเรื่องคนพิการ ในเมืองนิวเดลลี ประเทศ อินเดีย และเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อีกทั้ง ESCAP ได้พัฒนาโฮมเพจของทศวรรษ ในปี 2540 ได้แก่ http://www.unescap.org/decade ซึ่งรวบรวมลิงค์ไปยังข้อมูลการประชุมเชิงปฏิบัติการอีกหลายการประชุม ข้อมูลข่าวสาร แหล่งทรัพยากร องค์กรต่าง ๆ และรายงาน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานของกลุ่มคณะทำงานด้านคนพิการ) รวมทั้งสิ่งตีพิมพ์และกิจกรรมของ ESCAP
5. สิ่งอำนวยความสะดวกและการสื่อสาร: ESCAP จัดโครงการ one of two flagship program เพื่อแสดงให้เห็นความสำคัญของสิ่งอำนวยความสะดวกและการสื่อสารทำให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรช่วยเหลือตัวเอง โดยระยะแรกให้ความสนใจเรื่องการพัฒนาแนวทางระดับภูมิภาคในการส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ในปี 2538 แนวทางเหล่านี้คลอบคลุมเรื่องการวางแผนและออกแบบสิ่งก่อสร้าง การสร้างนโยบายการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก การออกกฎหมายและการส่งเสริมสำนึกร่วมของสังคมเพื่อทำให้การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกดีขึ้น ในระยะที่ 2 ให้ความสนใจเรื่องกิจกรรมและการดำเนินงานของแนวทางในระดับการปกครองตนเองในส่วนท้องถิ่น โดยใช้โครงการนำร่องในกรุงเทพมหานคร ปักกิ่ง และนิวเดลลี เพื่อชักนำรัฐบาลเข้าสู่การตรวจสอบนโยบายเรื่อง การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ และการกระตุ้นให้มีการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ESCAP ได้ริเริ่มเรื่องการส่งเสริมการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทำให้เกิดการรวมตัวของเครือข่ายระดับภูมิภาคของคนพิการ สถาปนิก นักวางผังเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล รวมทั้งการส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการในประเทศ.
6. การศึกษา: ESCAP สนับสนุนการรวมเด็กและเยาวชนพิการเข้าไว้ในการรณรงค์เรื่องการศึกษาเพื่อทุกคน ที่มีองค์กรการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เป็นผู้นำ โดยมีกิจกรรมพิเศษคลอบคลุมการสัมมนาการศึกษาแบบบูรณาการ การอภิปรายเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชนพิการ การสำรวจระดับภูมิภาคเรื่องการฟื้นฟูความพิการตั้งแต่เริ่มแรกและการศึกษาเพื่อทุกคน
7. การอบรมและการจ้างงาน: ESCAP ร่วมมือกับองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อสร้างความเข้มแข็งเรื่องการบริการจัดหางาน ซึ่งทั้ง ESCAP และ ILO ให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมและกิจกรรมการจ้างงานในภูมิภาคของ RICAP อีกทั้ง ESCAP ยังป้อนข้อมูลให้กับการวิจัยประยุกต์เรื่องคนพิการและเครือข่ายข้อมูลข่าวสารเรื่องโอกาสการจ้างงานของคนพิการผ่านเทคโนโลยีอันหลากหลาย
8+9. การป้องกันเหตุที่ทำให้เกิดความพิการและการให้บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพ: ESCAP ให้ความสนใจเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชนด้วยการพัฒนากิจกรรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดหาที่ปรึกษา และความช่วยเหลือด้านเทคนิคในเรื่องนี้
10. อุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือคนพิการ: กิจกรรมต่าง ๆ ของ ESCAP ในเรื่องนี้เห็นได้จากการตีพิมพ์เรื่องการผลิตและแจกจ่ายยอุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือของคนพิการหลายเล่มด้วยกัน
11. องค์กรการช่วยเหลือตัวเอง: อีกหนึ่ง โครงการของ flagship program ESCAP คือการการสร้างศักยภาพของคนพิการผ่านองค์กรช่วยเหลือตัวเอง โดยในปี 2543 ESCAP ร่วมมือองค์กรช่วยเหลือตัวเองในภูมิภาคเพื่อพัฒนาแนวทางการก่อตั้งและการสร้างความแข้มแข็งให้กับองค์กรช่วยเหลือตัวเอง โดยมีการก่อตั้งองค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการขึ้นในปี 2544 และแปลเป็นภาษาต่าง ๆ 5 ภาษา รวมทั้งทำเป็นอักษรเบรลล์ภาษาอังกฤษ กิจกรรมนอกเหนือจากนี้คือการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคย่อยเรื่องการบริหารงานองค์กรช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งทำให้เกิดสิ่งตีพิมพ์เรื่องการบริหารงานขององค์กรการช่วยเหลือตัวเองของคนพิการรวมทั้งการให้การบริการด้านเทคนิคทั่วไปและการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเหลือดูแลองค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการ
12. ประเด็นอื่น ๆ : ระหว่างทศวรรษ ฯ มีการระบุประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ซึ่งเรื่องสตรีพิการนับว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ESCAP ร่วมมือกับ UNIFEM และ RICAP พัฒนาโครงการส่งเสริมความก้าวหน้าของสตรีและเด็กหญิงพิการ โครงการนี้ทำให้เกิดสิ่งตีพิมพ์เรื่อง "พี่น้องผู้หญิงที่ถูกซ่อนไว้: ผู้หญิงและเด็กหญิงพิการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก" นอกจากนี้ ESCAP ยังจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการการอบรมระดับภูมิภาคเรื่องการรวมสตรีและเด็กหญิงพิการให้มีสิทธิทัดเทียมเรื่องเพศ โดยการร่วมมือกับการประชุมสุดยอดแห่งเอเชียแปซิฟิกของนายกเทศมนตรีและเทศมนตรีหญิงเพื่อนำไปสู่การก่อตั้งเครือข่ายของสตรีพิการ .
ความยากจนของคนพิการนับเป็นอีกเรื่องสำคัญที่น่าเป็นห่วง ESCAP จัดกิจกรรมเช่นการสัมมนาระดับภูมิภาค Field Study-cum-Regional Seminar เรื่องการบรรเทาความยากจนของคนพิการในชนบท ณ เมืองไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย เดือนธันวาคม ปี2542 ซึ่งนับว่าเป็นการสัมมนาครั้งแรกที่นำเสนอเรื่องความยากจนของคนพิการในชนบทของประเทศในภูมิภาคกลุ่ม ESCAP
เงินทุนเพื่อความร่วมมือทางเทคนิคสำหรับทศวรรษ ฯ ที่ได้มาจากรัฐบาล องค์กรแรงงาน และบริษัทเอกชนทำให้ ESCAP สามารถดำเนินกิจกรรมเพื่อสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศและการดำเนินการระดับชาติและระดับท้องถิ่นในขอบเขตนโยบายทั้ง 12 ประการของแผนปฏิบัติการแห่งทศวรรษ ฯ ได้ โดยเงินทุนนี้ใช้เพื่อช่วยเหลือบุคลากรในการดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมทศวรรษ
เพื่อเป็นการทบทวนความก้าวหน้าการดำเนินงานของแผนการปฏิบัติงานแห่งทศวรรษ ฯ ESCAP จึงจัดการประชุมระดับภูมิภาคขึ้นในหลายพื้นที่ระหว่างทศวรรษ ฯ การทบทวนครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2538 ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ครั้งที่ 2 ปี1997ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี และครั้งที่ 3 ปี 2542 ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และได้บทสรุปในการประชุมผู้บริหารระดับสูงระหว่างรัฐบาลเพื่อสรุปทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2536-2545 ณ เมืองออทสุ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนตุลาคม 2545
]ในเดือนพฤษภาคม 2545 ESCAP รับมติที่ 58/4 ในวาระการประชุมที่ 58 ว่าด้วยเรื่อง "การส่งเสริมสังคมบูรณาการ ปราศจากอุปสรรค และเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกในศวรรษที่ 21" ทำให้ ESCAP ประกาศขยายเวลาทศวรรษของคนพิการแห่งเอเชียและแปซิกฟิกจากเดิมปีพ.ศ. 2536-2545 ไปอีกทศวรรษหนึ่ง คือพ.ศ. 2546-2555
"บิวาโกะ" เป็นชื่อของทะเลสาบน้ำจืดในเมืองออทสุ ประเทศญี่ปุ่น ("ทะเลสาบบิวา'' "โกะ" หมายถึง ทะเลสาบ) "สหัสวรรษ" ระบุไว้ว่า กรอบการปฏิบัติงานที่รับมาใช้ตั้งแต่เริ่มสหัสวรรษใหม่และถูกกำหนดโครงสร้างไว้เพื่อส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษและกลุ่มเป้าหมายของสหประชาชาติ BMF ให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหา การปฏิบัติการ และยุทธศาสตร์ สู่การสร้างสังคมบูรณาการ ปราศจากอุปสรรค และเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเป็นอันดับแรก "สังคมบูราณาการ" หมายถึงสังคมเพื่อส่วนรวม "สังคมที่ปราศจากอุปสรรค" หมายถึงสังคมที่ไม่มีอุปสรรคทั้งทางด้านกายภาพและทัศนคติ รวมทั้งอุปสรรคทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม และ"สังคมที่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน" หมายถึงสังคมที่ยึดหลักสิทธิมนุษยชน ที่ซึ่งคนพิการมีคุณค่าและเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจและกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา
กรอบการปฏิบัติงานสหัสวรรษได้ระบุขอบเขตการปฏิบัติงานหลักและยุทธศาสตร์สำคัญไว้ 7 ประการ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายทั้งหมด ทศวรรษใหม่คือการเปลี่ยนจากการใช้หลักการกุศลเป็นหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อคุ้มครองสิทธิพลเมือง รวมทั้งสิทธิทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของคนพิการ และเพื่อทำให้เป้าหมายและยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นจริง การปรึกษาหารือกับความร่วมมือของกลุ่มทางสังคม องค์กรการช่วยเหลือตัวเอง และ องค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก
ขอบเขตสำคัญของกรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษจากทะเลสาบบิวามีดังนี้
1) องค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการ ญาติพี่น้อง
และสมาคมผู้ปกครอง
เป้าหมาย:
1) กำหนดนโยบายกองทุนรัฐบาลและองค์กรเอกชน เพื่อสนับสนุนองค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการในทุกด้าน ภายในปี 2547
2) รัฐบาลและองค์กรทางสังคมของรัฐบาลควรรวมคนพิการไว้ในขั้นตอนกระบวนการตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ
ยุทธศาสตร์
2) สตรีพิการ
3) สร้างและจัดสรรมาตรการต่อต้านการแบ่งแยกเรื่องเพศภายในปี พ.ศ. 2548
4) นโยบายขององค์กรช่วยเหลือตัวเองของคนพิการควรกระตุ้นการส่งเสริมสตรีพิการภายในปี พ.ศ. 2548
5) สตรีพิการควรถูกรวมไว้ในสมาคมสตรี ภายในปี พ.ศ. 2548
3) การค้นหาความพิการและการเข้าฟื้นฟูตั้งแต่แรกเริ่ม และการให้การศึกษา
6) 75 % ของเด็กและเยาวชนพิการควรได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเต็มที่ภายในปี 2553.
7) เด็กพิการควรถูกนำมารวมไว้ในเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ฯ ในเรื่องการให้การศึกษาขั้นพื้นฐานภายในปี 2558.
8) Early intervention should be provided to all children by 2012.
9) ให้แน่ใจว่าจะมีการจัดการค้นหาความพิการของเด็กตั้งแต่แรกเริ่มอย่างเร่งด่วน
4)การอบรมและการจ้างงาน รวมถึงอาชีพอิสระ
10) มีประเทศลงนามอนุมัติอนุสัญญาขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ข้อ 159 ปี 2526 ไม่น้อยกว่า 30 % ภายในปี 2012
11) ให้คนพิการเข้าร่วมโครงการฝึกอาชีพไม่น้อยกว่า 30 % ภายในปี 2555
12) จัดให้มีข้อมูลที่เชื่อถือได้เรื่องการจ้างงานคนพิการภายในปี 2553
5) การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อม และการขนส่งมวลชนของคนพิการ
13) รับและบังคับใช้มาตราฐานการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก
14) ระบบการขนส่งมวลชนที่อำนวยความสะดวกกับคนพิการอย่างเต็มที่ควรแล้วเสร็จภายในปี 2555
15) ส่งเสริมออกแบบแบบบูรณาการไว้ในกฎเกณฑ์การกู้ยืม / และการเงินด้านการออกแบบ
6) การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีเครื่องช่วยคนพิการ
16) จัดให้มีความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตภายในปีพ.ศ. 2548
17) พัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระหว่างประเทศและความสามารถในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในปีพ.ศ. 2547
18) พัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับชาติและความสามารถในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในปีพ.ศ. 2548
19) พัฒนามาตราฐาน ภาษามือและ อักษรเบรลล์
20) สร้างระบบที่เหมาะสมในโครงการจ้างงานล่ามภาษามือ และการคัดลอกอักษรเบรลล์
7) โครงการการบรรเทาความยากจนด้วยการสร้างศักยภาพ ความมั่นคงทางสังคม และการมีคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน
21) การลดจำนวนกลุ่มประชากรที่มีความพิการและมีรายได้น้อยกว่า 1 ดอลาร์สหรัฐต่อวัน (จากปีพ.ศ. 2533-2548) ลงครึ่งหนึ่ง
เมื่อพบคนพิการที่ใช้รถเข็น และต้องการให้ความช่วยเหลือ คุณควรจะ
