ข้อบัญญัติคนพิการ พ.ศ. 2541 (1998 Disabilities Ordinance) ได้ให้คำจำกัดความของคนพิการไว้ว่า
“คนพิการ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ได้แก่ ผู้มีความบกพร่องของอวัยวะส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของร่างกาย หรือความบกพร่องในการทำงานของร่างกาย ซึ่งแสดงออกในรูปของการไร้ความสามารถในแบบต่างๆ และลดความสามารถในการประกอบกิจกรรม ส่งผลให้เกิดปัญหาในการทำงาน การดำรงชีวิตและการเรียน”.
อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงาน ทหารทุพพลภาพ และกิจการสังคม (MOLISA) กระทรวงสาธารณสุข (MOH) กระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรม (MOET) และกระทรวง หน่วยงานและองค์กรเอกชน (NGO) อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมักจะยึดคำจำกัดความตามการแบ่งประเภทของความบกพร่องที่ระบุไว้ภายใต้ International Classification of Impairments, Disabilities and Handicaps: ICIDH) ที่ออกโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2523 มากกว่า
คนเวียดนามโดยทั่วไปมักมองว่าคนพิการคือคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือพิการเนื่องจากสงครามหรืออุบัติเหตุ
นับแต่ทศวรรษที่ 1950 เป็นต้นมา รัฐบาลเวียดนามได้ใช้นโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อดูแลคนพิการ ดังนี้
เพื่อตอบรับปีคนพิการสากลของ UNDP รัฐบาลเวียดนามได้ก่อตั้งคณะกรรมการคนพิการแห่งเวียดนาม (Vietnam Committee of Disabled Persons) เมื่อปี 2525 หลังจากนั้น 10 ปี รัฐบาลได้ลงนามในปฏิญญาเอเชียและแปซิฟิก (Asia Pacific Proclamation) เพื่อการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับคนพิการ
ในปี 2535 เวียดนามตั้งคณะกรรมการเพื่อคนพิการ (Commission for People with Disabilities) ขึ้นเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการประกาศทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก 2536-2545 และการดำเนินงานของคณะกรรมการก็นำความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาสู่คนพิการในประเทศ
วันที่ 30 กรกฎาคม 2541 คณะกรรมการประจำสมัชชาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Standing Committee of National Assembly of the Socialist Republic of Vietnam) ผ่านร่างกฤษฎีกาคนพิการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อปัญหาคนพิการ ทั้งนี้กฤษฎีกาคนพิการมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2541
จากนั้นได้มีการจัดตั้งสภาประสานงานคนพิการแห่งชาติ (National Coordinating Council on Disability - NCCD) ขึ้น ซึ่งต่อมาได้จัดตั้งสำนักงาน NCCD ขึ้นเพื่อช่วยสนับสนุน NCCD และ MOLISA เกี่ยวกับคนพิการ NCCD มีสมาชิก 14 คนซึ่งเป็นตัวแทนจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ทหารทุพพลภาพ และกิจการสังคม กระทรวงก่อสร้าง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงขนส่งและคมนาคม กระทรวงวัฒนธรรมและข่าวสาร
กระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรม คณะกรรมการกีฬาและการออกกำลังกาย และสมาคมคนตาบอดแห่งเวียดนาม นอกจากนี้เวียดนามยังเป็นเจ้าภาพจัดงานโครงการรณรงค์ทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกครั้งที่ 9
ข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณทำให้รัฐบาลใช้นโยบายการป้องกันความพิการผ่านความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐทุกระดับ
แผนพัฒนาแห่งชาติ: ยุทธศาสตร์ 10 ปีเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
สาระสำคัญ: การกำหนดเป้าหมายทางเศรษฐกิจและสังคมโดยมุ่งเน้นที่การเจริญเติบโต การลดความยากจน และส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม
รายละเอียด
รายละเอียด: ด้วยคำแนะนำจาก Vietnam Assistance of the Handicapped (VNAH) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2534 และองค์กรที่เข้าร่วมในการสัมมนา Leadership Training Seminar ที่จัดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2543 NCCD ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากแต่ละกระทรวงก็ถูกจัดตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2544 เพื่อประสานความช่วยเหลือในระดับชาติเพื่อคนพิการ บทบาทของ NCCD มีดังนี้
การบัญญัติกฎหมายและนโยบายเพื่อคนพิการเป็นงานของรัฐบาลกลาง แต่การนำนโยบายมาใช้จริงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่น หน่วยงานในท้องที่จะดำเนินงานเพื่อคุ้มครองและดูแลคนพิการตามศักยภาพทางการเงิน ทรัพยากรบุคคลและเป้าหมายของตน ตัวอย่างเช่น การดำเนินนโยบายสังคมสงเคราะห์เพื่อคนพิการจะขึ้นอยู่กับงบประมาณของหน่วยงานระดับท้องถิ่นเป็นหลัก
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในคณะกรรมการประชาชนมักมีความรับผิดชอบในการดูแลผู้ด้อยโอกาส ซึ่งรวมถึงคนพิการในชุมชน โดยการตรวจติดตามสถานะของคนพิการ รายงานไปยังหน่วยงานระดับสูงขึ้นไป และมอบเงินอุดหนุนและสวัสดิการประจำเดือนให้แก่คนพิการ
กระทรวงในส่วนกลางจะได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐอื่นๆ และองค์กรเอกชน การดำเนินงานด้านสวัสดิการในพื้นที่เป็นหน้าที่ของสำนักงานท้องถิ่น อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ ยังอาจมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันบ้างระหว่างองค์กรของรัฐแต่ละองค์กรเกี่ยวกับการนำกฎหมายและระเบียบต่างๆ ไปปฏิบัติ นอกจากนี้ยังมีปัญหาในการประสานงานระหว่างองค์กรเหล่านี้ ในขณะเดียวกันแม้จะมีการออกกฎหมายหรือนโยบายอย่างดีเพียงไร แต่การนำไปปฏิบัติและการประเมินผลการดำเนินงานก็ยังเป็นปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้
3.4 ความร่วมมือระหว่างภูมิภาค (ทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก)
ในปี 2534 รัฐบาลเวียดนามได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และความเสมอภาคของคนพิการแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
ในเดือนธันวาคม 2544 MOLISA ร่วมกับเครือข่ายองค์กรเอกชนในภูมิภาคเพื่อการส่งเสริมทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (RNN) จัดการประชุม Campaign 2001 Hanoi Conference ขึ้นโดยมีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 1759 คนจาก 36 ประเทศ ระหว่างการประชุมมีการอภิปรายในหัวข้อเกี่ยวกับการส่งเสริมให้คนพิการอยู่ร่วมกับคนปกติในสังคมอย่างเท่าเทียม และผู้ร่วมประชุมรับรองปฏิญญาฮานอยว่าด้วยสังคมบูรณาการของคนพิการ พ.ศ. 2544 ("Hanoi Declaration of Campaign of 2001 on the Facilitation of Community Integration of People with Disabilities") ปฏิญญานี้ยังขยายเวลาของทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกออกไปอีก 10 ปี
กระทรวงแรงงาน ทหารทุพพลภาพและกิจการสังคม (MOLISA) ทำการสำรวจสถิติคนพิการ 2 ครั้ง ในปี 2537-2538 และ ปี 2541 ส่วนหน่วยงานอื่นๆ ของเวียดนามที่ดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับคนพิการ ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการและการอบรม (MOET) ศูนย์ข้อมูลการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ
3.6 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเวียดนามได้บัญญัติกฎหมายใหม่ๆ และเพิ่มเติมนโยบายและระเบียบที่มีอยู่เกี่ยวกับคนพิการอย่างต่อเนื่อง
รัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับของเวียดนาม คือ ฉบับปี พ.ศ. 2502, 2523 และ 2535 ล้วนแต่มีบทบัญญัติเพื่อคุ้มครองคนพิการ
ตารางข้างล่างนี้เป็นนโยบาย กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับคนพิการในเวียดนาม
กฤษฎีกา ที่ 55/1999/ND-CT
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2542
เป้าหมาย: เพื่อเป็นแนวทางในการนำกฤษฎีกาคนพิการไปปฏิบัติ
สาระสำคัญ: กฤษฎีกาฉบับนี้ระบุถึงความจำเป็นที่จะต้องบัญญัติกฎระเบียบบางประการเพื่อการเข้าถึงอาคารสิ่งก่อสร้างและระบบขนส่งของคนพิการ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคนพิการและกฤษฎีกาของรัฐบาล กระทรวงก่อสร้างและ VNAH จึงได้กำหนดมาตรฐานและระเบียบเกี่ยวกับการก่อสร้างที่เอื้อต่อการเข้าถึงของคนพิการ
ข้อบัญญัติว่าด้วยคนพิการ (Ordinance on Disabled Persons)
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2541
เป้าหมาย
สาระสำคัญ: กฤษฎีกาแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้
เป้าหมาย: เป็นระเบียบเกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการในสำนักงานและวิสาหกิจ
สาระสำคัญ: ข้อ 125, 126, 127 และ 128 กำหนดความรับผิดชอบของสังคมและรัฐต่อคนงานที่เป็นคนพิการ และการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน การลดหรือละเว้นภาษี และการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับสถาบันฝึกอาชีพและบริษัทห้างร้านที่รับทหารทุพพลภาพเข้าทำงาน และระเบียบอื่นๆ เกี่ยวกับแรงงานคนพิการ
จากรายงานของ MOLISA 17.8% ของรายได้ของคนพิการมาจากเงินสวัสดิการสังคม ในขณะที่อีก 69.37% มาจากครอบครัวและแหล่งอื่นๆ
| ลำดับที่ | ดัชนีชี้วัด | 2539 | 2540 | 2541 | 2542 |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | คนพิการที่ได้รับเงินสงเคราะห์เพื่อการดำรงชีวิตในชุมชน | 469,657 | 483,236 | 486,833 | 493,194 |
| 2 | คนพิการที่ได้รับการดูแลที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม | 9,577 | 9,505 | 9,581 | 9,532 |
| 3 | จำนวนผู้มีความพิการขั้นรุนแรงทั้งหมด | 1,295,700 | 1,297,695 | 1,300,000 | 1,305,000 |
ที่มา : Project VIE/98/039 (MOLISA)
ผู้ที่มีความพิการขั้นรุนแรงสูงสุดจะได้รับบัตรประกันสังคม ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้รับยกเว้นค่าตรวจสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล
อย่างไรก็ตามการให้บริการนี้ยังมีปัญหา กล่าวคือ ผู้ที่มีความพิการอย่างรุนแรงมักไม่มารับบริการสุขภาพที่ศูนย์บริการการแพทย์ของรัฐ ในขณะที่การลดหรือละเว้นค่ารักษาพยาบาลก็ใช้ไม่ได้ในสถาบันการแพทย์ของเอกชน
สมาคมกีฬาเพื่อคนพิการในเวียดนามก่อตั้งขึ้นในปี 2538 และมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้คนพิการเข้าร่วมในกิจกรรมกีฬาต่างๆ แต่ละปีมีการจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมากมาย เช่น การแข่งวีลแชร์ การแข่งกีฬาสำหรับคนพิการ การแสดงดนตรี และการแสดงภาพสำหรับคนพิการ อย่างไรก็ตามการมีส่วนร่วมของคนพิการในกิจกรรมทางสังคมก็ยังไม่มีความเสมอภาค นอกจากคนพิการทางสายตาแล้ว คนพิการประเภทอื่นไม่มีสมาคมที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพวกเขาในการเรียกร้องสิทธิแห่งความเสมอภาค นอกจากนี้ ยังมีความไม่เสมอภาคในเรื่องการขนส่งและการสื่อสาร
มติ ที่ 167/QD - TTg วันที่ 8 เมษายน 2537 และกฤษฎีกา ที่ 55/1999/ND-CP วันที่ 10 กรกฎาคม 2542 ว่าด้วยแผนสวัสดิการสังคม
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2537, 2542
สาระสำคัญ: เงินสงเคราะห์รายเดือนสำหรับคนพิการ
กฤษฎีกา ที่ 55/1999/ND-CP
| คนพิการในชุมชนและโรงพยาบาล | 45,000ด่อง |
| คนพิการในศูนย์สังคมสงเคราะห์ | 100,000ด่อง |
| คนพิการทางสติปัญญาที่ศูนย์สังคมสงเคราะห์ | 115,000ด่อง |
กฤษฎีกา ที่ 95/CP วันที่ 27 สิงหาคม 2537
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2537
สาระสำคัญ
3.8 การบริการทางการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวก
รัฐบาลเวียดนามต้องการให้สิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือแก่คนพิการ โดยการจัดตั้งระบบประกันสังคม ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ลดความยากจน การอยู่ร่วมกันในสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรทั่วไป รวมถึงผู้ด้อยโอกาส เช่น คนไร้ที่อยู่อาศัย คนสูงอายุ เด็กกำพร้า และคนพิการ
ทั่วประเทศมีคลินิกของรัฐคอยให้การดูแลทางการแพทย์และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
จากการสำรวจของ MOLISA (2537-2538) 56% ของคนพิการต้องการเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกแต่ไม่มีเงินซื้อ แม้ว่ารัฐบาลจะออกกฎระเบียบหลายฉบับเพื่อจัดหาเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือ ซื้อได้ในราคาที่มีส่วนลด 30-50% แต่ปัญหาอยู่ที่การขาดเงินงบประมาณและมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ
ในปี 2542 เวียดนามมีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการทั้งสิ้น 20 ศูนย์ (14 ศูนย์ดำเนินการโดย MOLISA 3 ศูนย์ดำเนินการโดย DOLISA และอีก 3 ศูนย์โดย MOH) และโรงพยาบาลประจำจังหวัด 54 แห่งที่มีแผนกเวชกรรมฟื้นฟูและกายภาพบำบัด ในขณะเดียวกัน เวียดนามก็มีโรงพยาบาล 34 แห่งที่ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านสันติสุข (Peace Villages) 7 หมู่บ้าน และหมู่บ้านมิตรภาพ (Friendship Villages) 1 หมู่บ้าน ซึ่งมีทั้งที่พัก อาหาร การรักษาพยาบาล และการศึกษาให้แก่เด็กพิการ หนังสือรายงานประจำปี GSOs 1999 Yearbook ระบุว่าเวียดนามมีสถานพักฟื้น 112 แห่งดำเนินการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสุขภาพ (MOH, DOH)
เวียดนามมีศูนย์ผลิตเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวก 8 ศูนย์ และแต่ละปีเครื่องมืออำนวยความสะดวกประมาณ 20,000 ชิ้นจะถูกแจกจ่ายให้แก่คนพิการผ่านศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในแต่ละจังหวัด สถาบันวิจัยออโธปีดิกส์และการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Research Institute of Orthopedics and Rehabilitation) ถูกตั้งขึ้นภายใต้ MOLISA ให้บริการออโธปีดิกส์และเวชกรรมฟื้นฟูแก่คนพิการ
รัฐบาลให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่วิสาหกิจที่ผลิตเครื่องมือช่วยเหลือสำหรับคนพิการ และไม่คิดภาษีนำเข้าสำหรับวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือช่วยเหลือคนพิการ และเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับคนพิการ
โครงการพัฒนาการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2543-2544
รายละเอียด: ไม่มีข้อมูล
3.9 การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR)
ปัจจุบันมี 40 จังหวัดที่ดำเนินกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR) ผ่านเครือข่ายดูแลสุขภาพพื้นฐาน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนพิการจำนวนมากในระดับรากหญ้า CBR เหมาะกับเวียดนามเนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันถึงด้านสังคมและเศรษฐกิจด้วย ทำให้วิธีนี้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า
เพื่อตอบสนองต่อการให้บริการแก่คนพิการที่ไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอของหน่วยงานที่รับผิดชอบ จึงมีการนำ CBR เข้ามาใช้ในเวียดนามตั้งแต่ปี 2530 และต่อจากนั้นก็มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้เห็นความสำเร็จของ CBR รัฐบาลจึงได้นำวิธีนี้มาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและนโยบายของตน
CBR เป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อรับมือกับประเด็นด้านคนพิการ จนถึงเดือนมีนาคม 2544 มี 40 จังหวัดที่ดำเนินโครงการ CBR ในขณะที่อีก 21 จังหวัดที่เหลือยัง ไม่ได้ดำเนินการ จากการประมาณการของ MOH คนพิการ 20-30 ในแต่ละชุมชนได้รับ CBR การฟื้นฟูทางกายภาพเป็นกิจกรรมหลักของ CBR ปัจจุบันมีคนทำงานด้าน CBR ประมาณ 10,000 คนในระดับชุมชน ไม่รวมผู้เชี่ยวชาญและผู้ฝึก CBR ในระดับรัฐบาลกลางและภูมิภาค
การหาทางออกให้กับปัญหาเหล่านี้ของ MOH เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
3.14 องค์กรเพื่อการพึ่งพาตนเองของคนพิการ ครอบครัว และสมาคมผู้ปกครอง
การป้องกันความพิการในเวียดนามดำเนินการโดยการสร้างความตระหนักแก่สาธารณะและมาตรการป้องกันโดยใช้สื่อมวลชนและสื่อสิ่งพิมพ์ มีการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อป้องกันความพิการ เช่น การดูแลก่อนคลอด การดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัย และการฉีดวัคซีนป้องกันโรค นอกจากนี้รัฐบาลเวียดนามยังดำเนินโครงการเพื่อแจกจ่ายเกลือไอโอดีน จัดหาน้ำดื่มสะอาด และปรับปรุงสภาพสุขอนามัยทั่วประเทศ มีการจัดตั้งคลินิกในทุกชุมชนและเขตปกครองเพื่อให้บริการดูแลสุขภาพ รักษาโรคทั่วไปและป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดต่อ นอกจากนี้ยังมีการบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการขนส่ง สุขอนามัย และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
การสำรวจเกี่ยวกับคนพิการที่ดำเนินการในปี 2537-2538 โดย MOLISA พบว่า 1 ใน 3 ของคนพิการทั้งหมดมีความพิการตั้งแต่กำเนิด ส่วนโรคภัยไข้เจ็บก็เป็นสาเหตุของความพิการในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน การบาดเจ็บจากสงครามเป็นสาเหตุของความพิการประมาณ 1 ใน 5 ของความพิการร้ายแรงทั้งหมดในเวียดนาม สารพิษฝนเหลืองเป็นสาเหตุความพิการของเด็กมากกว่าล้านคน เนื่องจากเหยื่อสารพิษฝนเหลืองเป็นลูกหลานรุ่นที่ 2 และ 3 ของทหารที่ต่อสู้ในสงคราม และสารพิษฝนเหลืองยังตกค้างอยู่ในสนามรบเดิม จำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
สาเหตุส่วนใหญ่ที่กล่าวไปข้างบนเป็นสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคภัยไข้เจ็บและอุบัติเหตุ นั่นเป็นเหตุผลที่รัฐบาลต้องดำเนินมาตรการเพื่อส่งเสริมความตระหนักของสาธารณะชนเกี่ยวกับความพิการ โดยรัฐบาลได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมรณรงค์เพื่อป้องกันสาเหตุของความพิการ เช่น สัปดาห์ความปลอดภัยในที่ทำงานแห่งชาติ และเดือนแห่งความปลอดภัยบนท้องถนน โครงการอื่นๆ ได้แก่ การกระจายข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการและสุขอนามัย การใช้ยาและวัคซีน การจัดการอาวุธและวัตถุระเบิด ซึ่งรวมถึงการกู้ระเบิดและทุ่นระเบิด การจัดหาเกลือไอโอดีน การตรวจพบและจัดการความผิดปกติทางกายแต่กำเนิด นอกจากนี้กลางเดือนธันวาคม 2543 เวียดนามอ้างว่าประชากรเวียดนามได้รับวัคซีนป้องกันโปลิโอครบ 100%
สาเหตุที่ทำให้เกิดความพิการสูงสุดจะเปลี่ยนไปตามเวลา การลดลงของจำนวนคนพิการเนื่องจากสงคราม การเพิ่มของอุบัติเหตุทางการจราจรและความเจ็บป่วย เช่น HIV-AIDS การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุเนื่องจากอัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลง และอายุขัยที่เพิ่มขึ้นล้วนแต่เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อสาเหตุหลักของความพิการ MOH รับผิดชอบการป้องกันและการตรวจพบความพิการตั้งแต่ระยะแรก และการฟื้นฟูทางการแพทย์ การดำเนินกิจกรรมเหล่านี้แบ่งออกเป็น 3 วิธีหลัก คือ บริการฟื้นฟูของสถาบัน บริการฟื้นฟูเคลื่อนที่ และบริการฟื้นฟูโดยชุมชน (CBR)
3.16 การค้นหาและดำเนินงานกับความพิการตั้งแต่แรกเริ่ม และการให้การศึกษา
ในเวียดนามมีคนพิการจำนวนมากที่ไม่รู้หนังสือ
| ลำดับ | ระดับการศึกษา | เขตเมือง (%) | เขตชนบท (%) |
|---|---|---|---|
| 1 | ไม่รู้หนังสือ | 26.6 | 36.9 |
| 2 | รู้หนังสือ | 73.4 | 63.1 |
| (1) ประถมศึกษา | 23.2 | 26.5 | |
| (2) มัธยมศึกษาตอนต้น | 26.0 | 21.5 | |
| (3) มัธยมศึกษาตอนปลาย | 15.9 | 4.3 | |
| (4) อื่นๆ | 8.3 | 10.8 |
ที่มา: การสำรวจของ MOLISA ปี 2537-2538 (MOLISA's Survey 1994-1995)
กฎหมายว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาที่เป็นสากลของเวียดนาม
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2535
สาระสำคัญ
มติว่าด้วยการให้ทุนการศึกษาและสวัสดิการสังคมแก่เด็กนักเรียนในโรงเรียนของรัฐ
สาระสำคัญ: การให้สวัสดิการสังคมและทุนการศึกษาสำหรับเด็กและนักเรียนที่มีความพิการเนื่องจากสงคราม
มติอนุมัติกรอบการปฏิบัติเพื่อเด็กแห่งชาติ ปี 2544-2553
ปีที่ตรา: 2544
สาระสำคัญ
โครงการสำหรับเด็ก ปี 2553
ปีที่ตรา: ไม่มีข้อมูล
สาระสำคัญ: กำหนดเป้าหมายให้เด็กพิการ 95% รู้หนังสือ
คนพิการในเวียดนามส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานที่อาศัยความชำนาญเฉพาะด้าน ดูรายละเอียดในตาราง
| ลำดับที่ | วิชาชีพ | เขตเมือง (%) | เขตชนบท (%) |
|---|---|---|---|
| 1 | ไม่มีวิชาชีพ | 93.04 | 98.35 |
| 2 | ช่างเทคนิค | 3.41 | 0.88 |
| 3 | มัธยมปลาย | 1.41 | 0.39 |
| 4 | วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย | 2.14 | 0.38 |
ที่มา : MOLISA's Survey 1994-1995
ประมวลกฎหมายแรงงานและระเบียบอื่นๆ กำหนดรายละเอียดและชี้แนะการนำประมวลกฎหมายแรงงานไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นการสนับสนุนของรัฐบาลต่อคนพิการ ดังนั้นจึงมีการจัดสรรงบประมาณประจำปีสำหรับการฝึกอาชีพ การลดภาษีสำหรับบริษัทที่จ้างคนพิการเข้าทำงาน ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน การยกเว้นภาษีและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับศูนย์ฝึกอาชีพ
เวียดนามได้บัญญัติกฎหมายหนึ่งฉบับและกฤษฎีกา 3 ฉบับ รวมทั้งเสนอร่างข้อบัญญัติอีกหนึ่งฉบับ ในปี 2536 เพื่อส่งเสริมสิทธิคนพิการในการฝึกอาชีพและการจ้างงาน การปฏิรูปเหล่านี้ส่งผลให้คนพิการได้รับการฝึกอาชีพและยกเว้นค่าใช้จ่ายในการฝึกอาชีพทั้งหมดหรือบางส่วน
สถาบันที่จัดการฝึกอาชีพให้คนพิการจะได้รับลดหย่อนภาษี และรัฐบาลยังให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่สถาบันเหล่านี้ด้วย นอกจากนี้ สถาบันยังสามารถเลือกสถานที่จะก่อตั้งศูนย์ฝึกอาชีพ รัฐบาลได้ตั้งสถาบันการศึกษา จัดซื้ออุปกรณ์การฝึกอบรมและช่วยฝึกอบรมบุคลากรที่จะสอนในสถาบันเหล่านี้
การฝึกอาชีพสำหรับคนพิการในเวียดนามเป็นหน้าที่ของโรงเรียนฝึกอาชีพ 16 แห่ง โดยสองโรงเรียนในจำนวนนี้ดำเนินการโดย MOLIDA และอีก 14 โรงเรียนที่เหลือดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด แต่ละปีมีผู้เรียนจบจากโรงเรียนเหล่านี้รวมประมาณ 1,500 คน ระหว่างปี 2536-2539 มีคนพิการ 3,500 คนเข้ารับการฝึกในโรงเรียนฝึกอาชีพทั้ง 16 แห่งนี้ นอกจากนั้นยังมีโรงเรียนพิเศษอีก 72 แห่งที่จัดโปรแกรมการฝึกอาชีพให้แก่คนพิการ
| 2541 | 2542 | จำนวนผู้รับการฝึกทั้งหมดในรอบ 2 ปี | จำนวนผู้จบหลักสูตรการฝึกทั้งหมดในรอบ 2 ปี | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| สาขา | จำนวนผู้รับการฝึก | จำนวนผู้จบ | จำนวนผู้รับการฝึก | จำนวนผู้จบ | |||
| Tailoring | 228 | 165 | 281 | 216 | 509 | 381 | |
| Embroidering | 40 | 35 | 0 | 0 | 40 | 35 | |
| Wood processing | 53 | 48 | 50 | 50 | 103 | 98 | |
| Textiles | 18 | 14 | 18 | 18 | 36 | 32 | |
| Engineering | 8 | 6 | 0 | 0 | 8 | 6 | |
| Electronics | 30 | 30 | 35 | 35 | 65 | 65 | |
| Total | 761 | 617 | |||||
ที่มา: การสำรวจของ MOLISA ปี 2537-2538 (MOLISA's Survey 1994-1995
ผู้จบหลักสูตรการฝึกอาชีพส่วนใหญ่ออกมาทำงานเป็นช่างตัดเสื้อ ช่างไม้ ช่างเชื่อม ช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ ช่างไฟฟ้า และช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า
ตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างหรือผู้ประกอบการต้องจ้างคนพิการเข้าทำงาน 2-3 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนคนงานทั้งหมด หากไม่ปฏิบัติตามหรือประสงค์จะไม่จ้างคนพิการ นายจ้างหรือผู้ประกอบการดังกล่าวต้องสมทบผลกำไรจากการประกอบการเข้ากองทุนเพื่อคนพิการ
นายจ้างและผู้ประกอบการเหล่านี้จะได้รับการลดหย่อนภาษีและสามารถกู้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาลได้ และยังได้รับเงินอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและได้ที่ดินเพื่อตั้งสถานประกอบการตามที่เลือกด้วย
สำหรับคนพิการที่ต้องการทำอาชีพอิสระ ก็สามารถกู้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังได้รับการยกเว้นภาษีและรัฐบาลจะเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ประมวลกฎหมายแรงงาน มาตรา 3
ปีที่ตรา: พ.ศ. 2537
สาระสำคัญ: รายละเอียด: ข้อ 125, 126, 127 และ 128 กำหนดความรับผิดชอบของสังคมและรัฐต่อคนงานที่เป็นคนพิการ และการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน การลดหรือยกเว้นภาษี และการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับสถาบันฝึกอาชีพและบริษัทห้างร้านที่รับคนพิการเข้าฝึกหรือเข้าทำงาน และระเบียบอื่นๆ เกี่ยวกับแรงงานคนพิการ
3.19 การเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสาร
ปัจจุบันเวียดนามยังไม่มีกฎหมายและนโยบายเกี่ยวกับระบบสารสนเทศสำหรับคนพิการ
คนพิการประมาณ 95.85% ในเวียดนามอาศัยอยู่กับครอบครัว ในขณะที่ส่วนที่เหลือราว 3.31% อยู่ตามลำพัง คนพิการประมาณ 1.5 ล้านคนเผชิญกับปัญหาในการดำรงชีวิตประจำวัน และในจำนวนคนพิการเหล่านี้ประมาณ 0.22% อาศัยอยู่ในบ้านพักที่รัฐจัดให้ และอีก 0.62% อาศัยอยู่ตามท้องถนน
ตอนหนึ่งในข้อบัญญัติคนพิการ พ.ศ. 2541 (1998 Disabilities Ordinance) บัญญัติว่า " รัฐจะส่งเสริมและสร้างสภาพที่ดีขึ้นสำหรับคนพิการเพื่อให้พวกเขามีบทบาทอย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไปในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชาติ และจะส่งเสริมความสามารถของพวกเขา และสนับสนุนให้พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในชุมชน "ความช่วยเหลือหลากหลายรูปแบบถูกจัดสรรให้กับคนพิการ องค์กรเอกชน คนและองค์กรต่างชาติ และชาวเวียดนามโพ้นทะเลได้ริเริ่มกิจกรรมรณรงค์เพื่อสนับสนุนคนพิการ ปัจจุบันคนพิการในเวียดนามได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวมากมาย ทั้งนี้ความช่วยเหลือที่คนพิการในเวียดนามได้รับ ประกอบด้วย เงินสงเคราะห์เพื่อดำรงชีพ ความช่วยเหลือทางการแพทย์ ออโธปีดิกส์และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ความช่วยเหลือด้านการศึกษาและการฝึกอาชีพ การสร้างงาน การประกอบอาชีพอิสระ และกิจกรรมสันทนาการ
ปัจจุบัน คนพิการในเวียดนามมีสภาพความเป็นอยู่โดยทั่วไปดีขึ้น
